ทุกแบรนด์เริ่มจากความหงุดหงิดบางอย่าง

Vee Vee เริ่มจาก “เย็นวันหนึ่งที่ควรจะดีกว่านั้น”

บทที่ 1 · Founder

ผมเป็นไข้เลือดออกมาแล้วสองครั้ง

และครั้งที่สามอาจถึงชีวิต!!!

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ไข้เลือดออกไม่ได้เป็นแล้วหาย แล้วจบ ยิ่งเป็นซ้ำอาการยิ่งรุนแรงขึ้น และในบางกรณีรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

พอรู้แบบนั้น การระวังยุงก็เลิกเป็นเรื่องน่ารำคาญเล็ก ๆ แล้วกลายเป็นเรื่องที่ผมต้องทำจริงจังทุกวัน แบรนด์นี้เริ่มจากตรงนั้น — ไม่ได้เริ่มจากการมองหาช่องว่างในตลาด

อ้างอิงข้อมูล: BDMS สถานีสุขภาพ

ผิวหนังที่มีรอยตุ่มจากการถูกยุงกัด
บทที่ 2

แต่ยุงไม่ได้ขโมยแค่เลือด

มันขโมยบรรยากาศที่ตั้งใจสร้างมาทั้งวันไปด้วย

ผมเป็นคนรักธรรมชาติ พอโตขึ้นก็ทำงานนอกบ้านมากขึ้น คาเฟ่เอาต์ดอร์เลยกลายเป็นที่ประจำ ทั้งนั่งทำงาน ทั้งนั่งคุยนั่งดื่มกับเพื่อนตอนเย็น

แล้วช่วงเวลาดี ๆ แบบนั้นควรจะลื่นไหล ชิลไปกับบรรยากาศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือนั่งตบยุง นั่งเกาเท้า ทำให้เสียอารมณ์อย่างมาก

ช่วงเวลาดี ๆ ที่ถูกยุงรบกวนจนต้องคอยปัดและเกา
บทที่ 3

ผมต้องแลกกับอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหานี้

ผมลองวิธีแก้มาหมดแล้ว แต่ทุกวิธีก็มีปัญหาตามมา

โลชั่นทาผิวสำหรับไล่ยุง

โลชั่นกันยุง

มือเปื้อนแล้วโน้ตบุ๊กเปื้อนตาม หรือไม่ก็ต้องลุกไปล้างมือทุกครั้ง ซึ่งต้องทาบ่อยเพราะอยู่ได้ไม่นาน

ขวดสเปรย์สำหรับไล่ยุง

สเปรย์กันยุง

ฉีดแล้วต้องทาก็เปื้อนมืออยู่ดี ถ้าฉีดเฉย ๆ ละอองก็ลอยเข้าจมูก เสียบรรยากาศแถมกังวลเรื่องสารเคมี

ยาจุดแบบขดสำหรับไล่ยุง

ยาจุดกันยุง

ควันคลุ้ง ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งข้างคนที่กำลังสูบบุหรี่ และไม่มีใครอยากสูดดมทั้งเย็น

และทุกแบบมีปัญหาเดียวกันข้อสุดท้าย — กลิ่นมันติดตัวเราไปด้วย พอถึงเวลาต้องไปเจอเพื่อนต่อ หรือไปเดตต่อ ใครจะอยากกลับไปอาบน้ำใหม่

สินค้าไล่ยุงในตลาดจึงไม่ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเดียว แต่ขอให้เรายอมเสียไลฟ์สไตล์และความมั่นใจในภาพลักษณ์ไปด้วย ผมเลยอยากทำอะไรที่ไล่ยุงได้โดยไม่ต้องแลกอะไรเลย

บทที่ 4

สติกเกอร์แผ่นแรกของเราก็ยังไม่ดีพอ

แคปซูลเกิดจากปัญหาสามข้อที่แก้ไม่ตกสักที

เราทำสติกเกอร์ออกมาแล้ว แต่กลิ่นอยู่ได้ไม่นานเพราะใส่น้ำมันหอมระเหยได้น้อย พอลองให้คนใช้จริงก็พบว่าบางคนชอบกลิ่นแรง บางคนชอบกลิ่นอ่อน และเวลาเจอยุงชุมก็ต้องแปะเพิ่มหลายแผ่น

ที่แย่ที่สุดคือพอฉีกซองมาใช้แผ่นเดียว แผ่นที่เหลือก็เริ่มระเหยทิ้งไปด้วยทั้งที่ยังไม่ได้ใช้

คำตอบคือแคปซูลขนาด 4 มิลลิเมตรที่อยู่ใต้แผ่น PU บรรจุน้ำมันหอมระเหยได้มากกว่าเดิมมาก ระเหยช้าลง คุมความเข้มได้เองด้วยการเลือกว่าจะบีบกี่เม็ด และแผ่นที่ยังไม่บีบก็รออยู่ในกล่องได้จนถึงทริปหน้า

สติกเกอร์ไล่ยุง วี วี หนึ่งแผ่น เห็นแคปซูลน้ำมันหอมระเหยขนาด 4 มิลลิเมตร
บทที่ 5

11 รอบ ที่เราทดสอบและยังไม่พึงพอใจ

รอบที่ 12 คือกลิ่นที่คุณได้ใช้ตอนนี้

พอได้ MVP (Minimum Viable Product) ออกมา เราก็ได้ไปออกบูธที่งานแสดงสินค้านวัตกรรมในขอนแก่น และได้คุยกับลูกค้าคนแรก

สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดในวันนั้นไม่ใช่ยอดขาย แต่คือการที่ลูกค้าหลายคนหยิบไปดมเล่น และถือดมไปตลอดทั้งงาน แปลว่ากลิ่นที่เราทดสอบมา 12 รอบนั้นคุ้มค่ากับที่ลงแรงไป

แต่วันเดียวกันนั้นเราก็ได้คำแนะนำจากลูกค้าที่มีคุณค่ามาก — กาวของเราไม่ดี แปะแป๊บเดียวก็หลุด เรากลับมาแก้จนตอนนี้แปะได้แน่น และลอกออกแล้วแปะใหม่ได้หลายครั้ง

ทีม Vee Vee ออกบูธพบลูกค้าที่งานแสดงสินค้านวัตกรรมในขอนแก่น
บทที่ 6

แล้วบรรจุภัณฑ์ก็ทำให้เราต้องกลับไปแก้อีกรอบ

ซองที่ดูเรียบง่าย กลับทำให้แคปซูลแตกก่อนได้ใช้

เดิมเราใช้บรรจุภัณฑ์แบบซอง แล้วพบว่าแคปซูลแตกจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ อย่างการโยนใส่กระเป๋าแล้วมีของทับ หรือวางไว้แล้วเผลอนั่งทับ

เราจึงเปลี่ยนเป็นกล่องกระดาษทรงกระบอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร สูง 4.5 เซนติเมตร เล็กพอจะอยู่ในกระเป๋าได้โดยไม่เกะกะ และแข็งแรงพอจะปกป้องแคปซูลข้างใน

ขั้นตอนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และตัวสินค้าของ Vee Vee
บทที่ 7

หลักการที่ได้จากการเรียนรู้ทั้งหมดนี้

เราไม่ได้ทำผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่คนให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ จำเป็นต้องใช้เพียงอย่างเดียว แต่ทำผลิตภัณฑ์ที่คนกลุ่มนี้อยากใช้ด้วย

ในอนาคตเราอยากมีผลิตภัณฑ์ที่ทำให้การเข้าสังคมเป็นเรื่องที่สร้างความสุขได้จริง และการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองไม่มีอะไรมากวนใจ ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่

เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพใจส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพกายก็ส่งผลกลับมาที่สุขภาพใจ เมื่อสุขภาพของทุกคนดี เราก็จะมีแรงสร้างสิ่งดี ๆ ส่งต่อให้สังคมต่อไป

เรื่องราวของคุณล่ะ

ถ้า Vee Vee เคยอยู่ในโมเมนต์ดี ๆ ของคุณ ร่วมแชร์กับเราได้นะ ภาพนั้นมีคุณค่ากับเรามาก ๆ